กองที่ ๗ เสขิยวัตร หมวด ๒ โภชนปฏิสังยุตต์ ๓๐

เสขิยวัตร ๗๕ สิกขาบท กำหนดนับ ๑๐ สิกขาบทเป็นวรรคหนึ่ง ๆ ได้ ๗ วรรค อีก ๕ สิกขาบทนั้นจัดเป็น ๑ รวมเป็น ๘ วรรค 

สารูป ๒๖ การกระทำให้สมควรแก่สมณะ
โภชนปฎิสังยุตต์ ๓๐ วิธีที่จะขบฉัน
ธัมมเทสนาปฎิสังยุตต์ ๑๖ การแสดงธรรม
ปกิณกะ ๓ คือที่เรี่ยรายอยู่นำมายกขึ้นสู่อุเทศ

โภชนปฏิสังยุตต์มี ๓๐ สิกขาบท 

สิกขาบทที่ ๑-๓๐

ในโภชนปฏิสังยุตต์ ให้ภิกษุพึงสำเหนียกไว้

  • ดังนี้สิกขาบทที่ ๑ ว่าเราจักทำสติเคารพรับบิณฑบาตให้เรียบร้อย มิได้ทำอาการไม่รู้ไม่เห็น เหมือนจะสาดเทเสีย
  • สิกขาบทที่ ๒ ว่าเราจักหมายใจทอดนัยน์ตาลงในบาตร ไม่เหม่อเมินสายตาไปอื่นรับบิณฑบาต
  • สิกขาบทที่ ๓ ว่าเราจักรับบิณฑบาตมี สูปะ เสมอ คือ จะรับถั่วเขียว ถั่วขาว ผัก ที่แค่นควรจะนำไปด้วยมือได้ พอให้เท่ากับส่วนเสี้ยวที่ ๔ แห่งข้าวสุกไม่ให้เกินประมาณ แต่จะรับกับแกงปลาเนื้อสิ่งอื่น ๆ ไม่ต้องห้าม
  • สิกขาบทที่ ๔ ว่าเราจักรับบิณฑบาต พอเสมอขอบบาตรข้างใน ไม่ให้ล้นพูนปากบาตรขึ้นไป
  • สิกขาบทที่ ๕ ว่าเราจักฉันบิณฑบาตทำสติเคารพ ไม่ทำอาการดังกินเล่นเช่นเด็กกิน
  • สิกขาบทที่ ๖ ว่าเราจักหมายมุ่งลงในบาตร ฉันบิณฑบาตไม่เมินหน้าสายตาดูอื่น ๆ
  • สิกขาบทที่ ๗ ว่าเราจักฉันบิณฑบาตเกลี่ยเสมอหน้า เปิบพอคำ ไม่ขุดเจาะให้เป็นหลุมเป็นร่องรอยลง
  • สิกขาบทที่ ๘ ว่าเราจักฉันบิณฑบาต มีสูปะเครื่องคั่วผัดแล้วด้วยถั่ว พอเสมอเลี้ยวที่ ๔ แห่งข้าวสุกดังกล่าวมาแล้ว
  • สิกขาบทที่ ๙ ว่าเราจักฉันบิณฑบาต ไม่ฟั้นฟอนแต่จอมกลาง กวาดมูนเข้ามาฟอนฉันแต่ตรงกลางแห่งเดียว
  • สิกขาบทที่ ๑๐ ว่าเราจักมิได้กลบกับแกล้ม เครื่องคั่ว ผัด พล่า ยำ ปิ้ง จี่ทั้งปวงไว้ด้วยข้าวสุก เพราะหมายใจจะให้ทายกเอากับแกล้มอื่นมาเพิ่มเติมให้มากขึ้นด้วยโลภอาหาร
  • สิกขาบทที่ ๑๑ ว่าเราไม่ได้เจ็บไข้ จักไม่ขอต้มแกงแลข้าวสุกแก่คนนอกจากญาติแลผู้ปวารณา เพื่อจะฉันเองแล้วจึงฉัน
  • สิกขาบทที่ ๑๒ ว่าเราจักไม่หมายใจจะยกโทษ แลดูบาตรของภิกษุอื่น เพราะจะเพ่งเล็งโทษเป็นประมาณ
  • สิกขาบทที่ ๑๓ ว่าเราจักไม่ทำคำข้าวให้ใหญ่นัก คือทำคำข้าวให้ย่อมกว่าไข่นกยูงลงมา ให้เขื่องกว่าไข่ไก่ขึ้นไป
  • สิกขาบทที่ ๑๔ ว่าเราจักทำคำข้าวให้เป็นปริมณฑล คือทำให้กลมในซองมือ ไม่ปั้นให้รียาว
  • สิกขาบทที่ ๑๕ ว่าเราจักไม่อ้าปากไว้คอยทำคำข้าว เมื่อเปิบคำข้าวยังไม่ถึงปาก
  • สิกขาบทที่ ๑๖ ว่าเราจักไม่เปิบคำข้าว ป้อนนิ้วมือเข้าไปในปาก
  • สิกขาบทที่ ๑๗ ว่าเราจักไม่พูดทั้งคำข้าว คือไม่อมคำข้าวเคี้ยวพลางพูดพลาง
  • สิกขาบทที่ ๑๘ ว่าเราจักไม่เปิบคำข้าว โยน ซัดทิ้งให้เข้าไปในปาก
  • สิกขาบทที่ ๑๙ ว่าเราจักไม่กัดคำข้าว แบ่งฉันแต่พอปาก กับแกล้มสิ่งอื่นไม่ต้องห้าม
  • สิกขาบทที่ ๒๐ ว่าเราจักไม่ไพล่คำข้าวไว้ในแก้มให้พองตุ่ยดังลิงอมข้าวกิน
  • สิกขาบทที่ ๒๑ ว่าเราจักไม่เปิบคำข้าว ฉันพลางสะบัดมือพลางให้เมล็ดข้าวสุกกระเด็นไป
  • สิกขาบทที่ ๒๒ ว่าเราจักไม่เปิบคำข้าว ฉันเรี่ยรายเมล็ดข้าวให้ร่วงพรูสาง
  • สิกขาบทที่ ๒๓ ว่าเราจักไม่แลบลิ้นรับคำข้าว
  • สิกขาบทที่ ๒๔ ว่าเราจักไม่ฉันให้เสียงดังจับ ๆ
  • สิกขาบทที่ ๒๕ ว่าเราจักไม่ฉันดูดเข้าสูดลมให้เสียงดังซูด ๆ
  • สิกขาบทที่ ๒๖ ว่าเราจักไม่ฉันเลียมือ
  • สิกขาบทที่ ๒๗ ว่าเราจักเปิบคำข้าวฉัน ไม่ขอดบาตรด้วยมือ แต่เมื่อจวนหมดจักกวาดรวมเข้า ไม่ต้องห้าม ข้าวต้ม ข้าวเปียกอันติดบาตรนั้น ขอด ไม่มีโทษ
  • สิกขาบทที่ ๒๘ ว่าเราจักฉันไม่แลบลิ้นเลียริมฝีปาก
  • สิกขาบทที่ ๒๙ ว่าเราจักไม่จับโอนฉันด้วยมืออันแปดเปื้อนอามิส
  • สิกขาบทที่ ๓๐ ว่าเราจักไม่สาดเทน้ำล้างบาตร ทั้งเมล็ดข้าวลงในถิ่นบ้าน

ให้ภิกษุพึงทำความศึกษาในวิธีอันประกอบด้วยการขบฉัน อย่าให้ล่วงพระพุทธบัญญัติในโภชนปฏิสังยุตต์ ๓๐ สิกขาบทนี้ ถ้าผิดจากนี้เป็นอาบัติทุกกฏ

Scroll to Top