"อยู่ระหว่างการจัดทำรวบรวมเนื้อหาเพื่อให้ได้รายละเอียดครอบคลุมทั้ง ๓ ปิฎก"
ธรรมสุตตะ ๒๕๖๘
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๒
องฺ.ปญฺจก.”องฺคุตฺตรนิกาย ปัญจกนิบาต” ความหมายของชื่อคัมภีร์ “ปัญจกนิปาต” มาจากศัพท์บาลี ๒ คำ คือ “ป
มโนรถปูรณี
“องฺ.อ.”,องฺคุตฺตรนิกาย อฏฺฐกถา ผู้รจนา: พระพุทธโฆสาจารย์ (พุทธโฆสเถระ)ยุคสมัย: ประมาณพุทธศตวรรษที่
โลกุตตรจิต ๘ ดวง
โลกุตฺตร มาจากคำว่า โลก+อุตฺตร โลก หมายถึง กามโลก (กามภูมิ) รูปโลก (รูปภูมิ) และอรูปโลก (อรูปภู
อรูปาวจรจิต ๑๒ ดวง
อรูปาวจรจิต คือ จิตที่มีอารมณ์อันปราศจากรูป (มีบัญญัติและนามเป็นอารมณ์) ผู้ปฏิบัติสมถกรรมฐานจน
คัมภีร์อรรถกถาและฎีกา
เป็นคัมภีร์ที่อธิบายขยายความเนื้อหาทางพระพุทธศาสนาซึ่งมิได้ถูกรวบรวมไว้ในชุดพระไตรปิฎกโดยตรง แต่ได้ร
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๑
องฺ. จตุกฺก. องฺคุตฺตรนิกายจตุกฺกนิปาต ความหมายของชื่อคัมภีร์ “จตุกฺกนิปาต” มาจากศัพท์บาลี ๒ คำ คือ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๐
องฺ.เอก. “องฺคุตฺตรนิกาย เอกนิปาต” ความหมายของชื่อคัมภีร์ “เอกนิปาต” มาจากศัพท์บาลี ๒ คำ คือ “เอก” แ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓
องฺ.สตฺตก. “องฺคุตฺตรนิกาย สตฺตกนิปาต” ความหมายของคัมภีร์ “สตฺตกนิปาต\” มาจากศัพท์บาลี ๒ คำ คือ \”สต
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๔๐-๔๕
อภิ.ป. “อภิธมฺมปิฎก ปฏฺฐาน” ความหมายของคัมภีร์ “ปฏฺฐาน” (ปัด-ถาน) มาจากศัพท์บาลี ๒ คำ คือ “ป” (ปะ) เ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘-๓๙
อภิ.ยมก. “อภิธมฺมปิฎก ยมก” ความหมายของชื่อคัมภีร์ “ยมก” (ยะ-มะ-กะ) เป็นศัพท์บาลี แปลว่า “คู่” ด
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๗
อภิ.ก.“อภิธมฺมปิฎก กถาวัตถุ” ความหมายของชื่อคัมภีร์ “กถาวัตถุ” มาจากศัพท์บาลี ๒ คำ คือ “กถา” แปลว่า
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๖
อภิ.ธา. “อภิธมฺมปิฎก ธาตุกถา” ความหมายของคัมภีร์ ธาตุกถา มาจากศัพท์บาลี ๒ คำ คือ “ธาตุ” แป
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๕
อภิ.วิ. “อภิธมฺมปิฎก วิภงฺค” ความหมายของคัมภีร์“วิภงฺค”(วิ-พัง) เป็นศัพท์บาลี แปลว่า การจำแนก, การแจ
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๔
อภิ.สํ.“ธมฺมสงฺคณี” ความหมายของคัมภีร์ “ธมฺมสงฺคณี” มาจากศัพท์บาลี ๒ คำ คือ “ธมฺม” ( แปลว่า สภาวะ, ส
รูปาวจรจิต ๑๕ ดวง
รูปาวจรจิต หมายถึงจิตที่เป็นรูปฌานนั่นเอง ซึ่งเกิดจากการเจริญสมาธิ(สมถภาวนา) อธิบายคำว่า “ฌาน” คือ
พระวินัยปิฎก เล่ม ๑ เวรัญชกัณฑ์
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น มหาวิภังค์ เรื่องเวรัญชพราหมณ์ [๑] โดยสม
กามาวจรจิต ๕๔ดวง
กามาวจรจิต จิตที่ยังข้องเกี่ยวในกามคุณอารมณ์และท่องเที่ยวอยู่ในกามภูมิ ๕๔ ดวง คำว่า กามาวจ
ประเภทของจิต
ธรรมชาติของจิตและการรู้อารมณ์ จิตเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งที่ทำหน้าที่รู้อารมณ์ เมื่อประสาทตากระทบ
บุญบาปเกิดขึ้นได้อย่างไร
ตามธรรมชาติของ จิต เมื่อมีอารมณ์มาปรากฏทาง ทวาร ใด จิตหรือวิญญาณ จะเกิดขึ้นเพื่อรับอารมณ์ทางทวารนั้น
ที่เกิดและอำนาจของจิต
เปลวเทียนต้องอาศัยไส้เทียนในการลุกไหม้ฉันใด จิตจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีที่ตั้งให้อาศัยเกิดฉันนั้น ฉะนั้













