พระมหาโมคคัลลานะเถระ

พระมหาโมคคัลลานะเถระ มีนามเดิมว่า โกลิตะ เกิดในหมู่บ้านโกลิตคาม ไม่ไกลจากเมืองราชคฤห์ เป็นบุตรของนางโมคคัลลีพราหมณี ท่านเป็นเพื่อนสนิทกับอุปติสสะ (พระสารีบุตร) มาตั้งแต่เด็ก ทั้งคู่มีฐานะร่ำรวยและได้รับการศึกษาชั้นสูง แต่หลังจากไปชมมหรสพบนยอดเขาแล้วเกิดความสลดใจในความไม่เที่ยงของชีวิต จึงตัดสินใจออกบวชแสวงหาโมกขธรรมในสำนักของสัญชัยปริพาชก เมื่อศึกษาจนจบความรู้ของอาจารย์สัญชัยแล้วก็ยังไม่พบทางพ้นทุกข์ จึงแยกย้ายกันไปแสวงหาอาจารย์ใหม่ จนกระทั่งอุปติสสะได้พบพระอัสสชิและมาบอกเล่าธรรมะแก่ท่าน โกลิตะฟังเพียงกึ่งคาถาก็ได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุเป็นพระโสดาบัน และพากันเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทูลขออุปสมบท ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร

​หลังจากบวชได้ ๗ วัน ท่านไปบำเพ็ญเพียรอยู่ที่หมู่บ้านกัลลวาลมุตตคาม แขวงมคธ ท่านเกิดความง่วงเหงาหาวนอน (ถีนมิทธะ) เข้าครอบงำ พระพุทธเจ้าจึงเสด็จไปปรากฏพระกายต่อหน้าและประทานอุบายแก้ง่วง ๘ ประการ (พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๓ หน้า: ๙๙ ข้อ: ๕๘) เช่น การนึกถึงแสงสว่าง การลูบตัว หรือการลุกขึ้นยืน เมื่อท่านปฏิบัติตามอุบายและฟังพระธรรมเทศนาว่าด้วยเรื่องการไม่ยึดมั่นถือมั่นในเวทนา ท่านก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ในวันนั้นเอง

พระพุทธเจ้าทรงยกย่องท่านให้ดำรงตำแหน่ง เอตทัคคะด้านผู้มีฤทธิ์มาก และทรงแต่งตั้งให้เป็นพระอัครสาวกเบื้องซ้าย โดยท่านมักจะใช้ฤทธิ์ในการสั่งสอนพุทธบริษัท เช่น การไปดูนรกสวรรค์แล้วนำมาเล่าให้ชาวบ้านฟังเพื่อชักชวนให้ทำดีและเกรงกลัวต่อบาป

​ในช่วงบั้นปลายชีวิต พระมหาโมคคัลลานะถูกพวกเดียรถีย์จ้างโจรมาลอบสังหาร เนื่องจากความริษยาที่ท่านทำให้คนหันมาเลื่อมใสพระพุทธศาสนามากขึ้น ท่านถูกโจรทุบตีจนกระดูกแตกละเอียด แต่ด้วยฤทธิ์ท่านจึงประสานกายแล้วเดินทางไปทูลลาปรินิพพานกับพระพุทธเจ้าก่อน ท่านนิพพานที่ถ้ำกาฬศิลา แขวงมคธ ในวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ หลังพระสารีบุตรนิพพานได้ประมาณ ๑๕ วัน การที่ท่านต้องถูกทำร้ายเช่นนี้ อรรถกถาอธิบายว่าเป็นเพราะผลกรรมในอดีตชาติที่ท่านเคยหลงเชื่อคำยุยงของภรรยาจนทำร้ายบิดามารดาผู้จักษุบอด แม้จะเป็นพระอรหันต์ผู้มีฤทธิ์มากเพียงใดก็ไม่อาจหลีกหนีวิบากกรรมที่เคยทำไว้ได้

Scroll to Top