สํ.ข.
“สํยุตฺตนิกาย ขนฺธวารวคฺค”
ความหมายของชื่อคัมภีร์ “ขนฺธวารวคฺค” (ขัน-ทะ-วา-ระ-วัก) มาจากศัพท์บาลี ๓ คำ คือ “ขนฺธ” (ขันธ์) + “วาร” (ส่วน, วาระ) + “วคฺค” (หมวด) รวมกันแปลว่า “หมวดที่ว่าด้วยวาระแห่งขันธ์” หรือ “หมวดที่ประมวลพระสูตรเกี่ยวกับขันธ์” ชื่อนี้สะท้อนถึงเนื้อหาทั้งหมดในหมวดนี้ ซึ่งมุ่งเน้นการอธิบายเรื่อง “ขันธ์ ๕” โดยเฉพาะ
เนื้อหาและภาพรวมของพระสูตร
ขันธวารวรรคเป็นหมวดที่สำคัญอย่างยิ่งในการศึกษาพระพุทธศาสนาเชิงลึก เพราะเป็นการรวบรวมพระสูตรจำนวนมากที่วิเคราะห์องค์ประกอบของชีวิตและตัวตนตามหลักไตรลักษณ์อย่างละเอียดที่สุด หัวใจของหมวดนี้คือการทำความเข้าใจในขันธ์ ๕ อันเป็นส่วนประกอบของชีวิต ๕ กอง ได้แก่:
- ๑. รูปขันธ์: กองรูป, ส่วนที่เป็นร่างกายและวัตถุทั้งหมด
- ๒. เวทนาขันธ์: กองเวทนา, ส่วนที่เป็นความรู้สึก (สุข, ทุกข์, เฉยๆ)
- ๓. สัญญาขันธ์: กองสัญญา, ส่วนที่เป็นความจำได้หมายรู้
- ๔. สังขารขันธ์: กองสังขาร, ส่วนที่เป็นความคิดปรุงแต่ง ทั้งฝ่ายดี (กุศล) และฝ่ายชั่ว (อกุศล)
- ๕. วิญญาณขันธ์: กองวิญญาณ, ส่วนที่เป็นความรู้แจ้งอารมณ์ หรือจิตที่รับรู้ผ่านทวารทั้ง ๖
พระสูตรจำนวนมากในหมวดนี้จะย้ำเตือนหลักการเดียวกันซ้ำๆ ในหลายแง่มุมว่า ขันธ์ทั้ง ๕ นั้นล้วนแต่:
• เป็นของไม่เที่ยง (อนิจจัง): เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปเป็นธรรมดา
• เป็นทุกข์ (ทุกขัง): อยู่ในสภาพที่ถูกบีบคั้น ทนอยู่ได้ยาก
• ไม่ใช่ตัวตน (อนัตตา): ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เรา และไม่ใช่ตัวตนของเรา ไม่สามารถบังคับบัญชาได้อย่างแท้จริง
พระสูตรที่โดดเด่นในหมวดนี้คือ ภารสุตตะ (พระสูตรว่าด้วยของหนัก) ที่เปรียบว่าขันธ์ ๕ เป็นภาระอันหนัก, ตัณหาเป็นผู้แบกภาระ, และการวางภาระลงได้คือพระนิพพาน
คุณค่าและความสำคัญ
ขันธวารวรรคคือตำราหลักของการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน เพราะการวิปัสสนาคือการใช้สติปัญญาพิจารณาให้เห็นความจริงของกายและใจ ซึ่งก็คือการพิจารณาขันธ์ ๕ นั่นเอง หมวดนี้เป็นแหล่งข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุดในการทำความเข้าใจหลัก “อนัตตา” ซึ่งเป็นหัวใจและเป็นลักษณะเฉพาะของพระพุทธศาสนา การศึกษาหมวดนี้อย่างถ่องแท้จะนำไปสู่การคลายความยึดมั่นถือมั่นในความเป็นตัวเรา-ของเรา อันเป็นรากเหง้าของความทุกข์ทั้งปวง
☸️ สํยุตฺตนิกาย ขนฺธวารวคฺค คือบทวิเคราะห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดว่าด้วยเรื่อง "ตัวตน" ในพระไตรปิฎก เป็นการนำองค์ประกอบของชีวิตมาแยกส่วนและฉายภาพให้เห็นตามความเป็นจริงว่าไม่มีสิ่งใดเลยที่เป็นแก่นสารให้ยึดถือได้ พระสูตรในหมวดนี้เป็นดั่งค้อนที่คอยทุบทำลายความเห็นผิดว่ามี "ตัวเรา" อยู่จริง และเป็นดั่งแสงสว่างที่ชี้ทางให้เห็นว่าอิสรภาพที่แท้จริงจากการยึดมั่นนั้นเป็นอย่างไร นับเป็นหมวดที่นักปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์จะขาดการศึกษาไม่ได้เลย
