ศาสนาอื่น แค่เชื่อในพระเจ้า ก็ไปสวรรค์ได้แล้ว

ปัญหา ในศาสนาฝ่ายเทวนิยม ผู้ใดมีความเชื่อและความรักในพระผู้เป็นเจ้า ผู้นั้นย่อมมีหวังเข้าสู่สวรรค์ เรื่องนี้ในพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้อย่างไรบ้าง?

พุทธดำรัสตอบ “ บุคคลใดมีเพียงความเชื่อ เพียงความรักเราบุคคลนั้นทั้งหมดเป็นผู้มีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า”

อธิบาย จาก อลคัททูปมสูตรพระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๒  หน้าที่ ๒๕๓ ข้อ ๒๘๘

"ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในธรรมที่เรากล่าวไว้ดีแล้วอย่างนี้ เบื้องของตื้น เปิดเผย ปรากฏ แยกขยายแล้ว... บุคคลเหล่าใดมีเพียงความเชื่อ มีเพียงความรักในเรา บุคคลเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้มีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า"    

ความหมายในพระสูตรนี้

ในตอนท้ายของอลคัททูปมสูตร พระพุทธเจ้าทรงจำแนกบุคคลตามระดับการบรรลุธรรมไว้เป็นลำดับขั้น เพื่อแสดงว่าพระธรรมที่พระองค์สอนนั้น ใครปฏิบัติแค่ไหนก็ได้ผลตามนั้น ดังนี้

  • ๑. พระอรหันต์: ผู้สิ้นอาสวะแล้ว
  • ๒. พระอนาคามี: ผู้ละสังโยชน์ ๕ ประการได้ (ไปบังเกิดในเทวโลกและปรินิพพานที่นั่น)
  • ๓. พระสกทาคามี: ผู้ละสังโยชน์ ๓ และทำราคะ โทสะ ให้เบาบาง
  • ๔. พระโสดาบัน: ผู้ละสังโยชน์ ๓ ได้เด็ดขาด ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา
  • ๕. ธัมมานุสารี และ สัทธานุสารี: ผู้ปฏิบัติเพื่อบรรลุโสดาปัตติผล (มีปัญญาเป็นเครื่องตรัสรู้เป็นที่ไปในเบื้องหน้า)
  • ๖. ผู้มีเพียงความเชื่อและความรัก: ระดับเริ่มต้นที่สุด คือผู้ที่มีศรัทธาและประสาทะในพระพุทธเจ้า แม้ยังไม่ได้บรรลุธรรมขั้นสูง แต่ด้วยอานิสงส์แห่งศรัทธานั้น ย่อมส่งผลให้ไปสู่ สวรรค์ เป็นอย่างน้อย

การที่พระองค์ตรัสเช่นนี้ ก็เพื่อให้กำลังใจแก่พุทธบริษัทว่า แม้จะเป็นเพียงกัลยาณชนที่ยังไม่บรรลุธรรม แต่หากมีความเลื่อมใสศรัทธามั่นคงในพระองค์ ก็มีสุคติเป็นที่ไป ไม่ตกนรก

ระหว่าง สัทธานุสารี (ข้อ๕) กับ ผู้มีเพียงความเชื่อและความรัก (ข้อ๖) แตกต่างกันอย่างไร?

๑. สัทธานุสารี

​บุคคลกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่เชื่อเฉยๆ แต่ “น้อมใจไปตามพระธรรม” ด้วย ในพระสูตรระบุว่าท่านเหล่านี้มีสัทธินทรีย์ที่แก่กล้า (มีศรัทธาเป็นใหญ่) แม้จะยังไม่เห็นธรรมด้วยปัญญาอย่างแจ่มแจ้งเหมือนอย่างพระโสดาบัน แต่พระพุทธเจ้าทรงรับรองว่า บุคคลนี้จะไม่ทำกาละ (ตาย) ตราบเท่าที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล” คือต้องบรรลุธรรมก่อนตายนั่นเอง

​๒. ผู้มีเพียงความเชื่อ/ความรัก

​บุคคลกลุ่มนี้คือผู้ที่อาจจะยังไม่ได้เจริญวิปัสสนาหรือยังไม่ได้พิจารณาข้อธรรมลึกซึ้งอย่างเต็มที่ แต่มีใจที่เปี่ยมด้วยความรัก (เปมะ) และความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าอย่างแรงกล้า

ผลลัพธ์: พระองค์ทรงยืนยันว่า “ทั้งหมดเป็นผู้มีสวรรค์เป็นที่ไป” การมีสวรรค์เป็นที่ไปในที่นี้ หมายถึงความปลอดภัยในโลกหน้า (๑ ชาติ) แต่ยังไม่ได้ปิดอบายภูมิได้ถาวรเหมือนกลุ่มสัทธานุสารีที่จะบรรลุธรรมได้อย่างแน่นอน

Scroll to Top