ท่านพระนาลกะ เป็นบุตรของพราหมณ์ในเมืองกบิลพัสดุ์ และเป็นหลานของ อสิตดาบส (หรือกาฬเทวิลดาบส) ผู้เป็นอาจารย์ของพนะเจ้าสุทโธทนะ เมื่อคราวที่พระโพธิสัตว์ประสูติ อสิตดาบสได้เข้าเฝ้าและพยากรณ์ว่าเจ้าชายจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน แต่อสิตดาบสทราบว่าตนเองจะมีอายุไม่ถึงวันนั้น จึงได้สั่งเสียให้นาลกะผู้เป็นหลานชายออกบวชรอไว้ โดยกล่าวว่า “เมื่อใดที่เจ้าได้ข่าวว่าพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลก จงไปสำนักของพระองค์และบวชเถิด“

นาลกะจึงได้ออกบวชเป็นฤาษีรอคอยวันนั้นเป็นเวลาถึง ๓๕ ปี จนกระทั่งได้รับสัญญาณจากเหล่าเทวดาว่าพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นแล้ว ท่านจึงได้เดินทางไปพบพระพุทธองค์หลังจากที่ทรงแสดงธรรมโปรดปัญจวัคคีย์เสร็จสิ้นลง เมื่อได้เฝ้าพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านได้ทูลถามถึง โมเนยยปฏิปทา (ทางปฏิบัติของผู้สงบ) พระไตรปิฏกเล่มที่ ๒๑ นาลกสูตรที่ ๑๑ หน้า ๔๐๒ ข้อที่ ๓๘๘ พระพุทธองค์จึงทรงแสดงธรรมนี้แก่ท่าน ท่านได้ตั้งใจสมาทานข้อปฏิบัติขั้นสูงสุดคือการไม่เข้าสู่หมู่บ้านเกิน ๑ ครั้ง ไม่นั่งที่เดิมเป็นครั้งที่ ๒ และไม่รับนิมนต์ใดๆ ท่านบำเพ็ญเพียรอย่างหนักอยู่เพียง ๗ เดือน (บางแห่งว่า ๗ วัน) ก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ และได้นิพพานในท่ามกลางป่าด้วยอาการยืนพิงภูเขา ซึ่งเป็นลักษณะการนิพพานที่สง่างามยิ่ง

